
เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2025 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และนายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ ของสหราชอาณาจักร ได้ประกาศข้อตกลงการค้าฉบับใหม่ระหว่างสองประเทศ ซึ่งถือเป็นข้อตกลงแรกนับตั้งแต่สหรัฐฯ เริ่มต้นนโยบายภาษีโลกในเดือนเมษายนที่ผ่านมา
ลดภาษีรถยนต์และเหล็กกล้า
ภายใต้ข้อตกลงนี้ สหรัฐฯ จะลดภาษีนำเข้ารถยนต์จากสหราชอาณาจักรจาก 27.5% เหลือ 10% สำหรับรถยนต์จำนวน 100,000 คันแรก และยกเลิกภาษี 25% สำหรับเหล็กกล้าและอลูมิเนียมจากสหราชอาณาจักร
สหราชอาณาจักรเปิดตลาดให้สินค้าเกษตรสหรัฐฯ
ในทางกลับกัน สหราชอาณาจักรจะลดภาษีสำหรับสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ เช่น เนื้อวัวและเอทานอล รวมถึงเปิดตลาดให้กับเครื่องจักรและสินค้าอุตสาหกรรมอื่นๆ จากสหรัฐฯ
เงื่อนไขเกี่ยวกับโรงงานเหล็กกล้า
ข้อตกลงยังมีเงื่อนไขเกี่ยวกับการเป็นเจ้าของโรงงานเหล็กกล้าในสหราชอาณาจักร เพื่อป้องกันการหลีกเลี่ยงภาษีของเหล็กกล้าจีน โดยสหรัฐฯ แสดงความกังวลเกี่ยวกับโรงงาน British Steel ที่มีเจ้าของเป็นชาวจีนในเมือง Scunthorpe ซึ่งอาจเป็นช่องทางให้เหล็กกล้าจีนเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ โดยไม่เสียภาษี
ภาษีพื้นฐาน 10% ยังคงอยู่
แม้ว่าจะมีการลดภาษีในบางส่วน แต่สหรัฐฯ จะยังคงเก็บภาษีพื้นฐาน 10% สำหรับสินค้านำเข้าจากสหราชอาณาจักรส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายภาษีโลกที่ประกาศเมื่อวันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมา

ผลกระทบต่อธุรกิจขนาดเล็ก
แม้ข้อตกลงนี้จะเป็นข่าวดีสำหรับอุตสาหกรรมรถยนต์และเหล็กกล้า แต่ผู้ประกอบการและธุรกิจขนาดเล็กในสหราชอาณาจักรยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอน เนื่องจากภาษีพื้นฐาน 10% ยังคงมีผลบังคับใช้ ทำให้ต้นทุนการส่งออกไปยังสหรัฐฯ ยังคงสูงอยู่
มุมมองของผู้นำทั้งสองประเทศ
ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่า “นี่เป็นข้อตกลงที่ยอดเยี่ยมสำหรับอเมริกา” และแสดงความหวังว่าจะมีข้อตกลงเพิ่มเติมกับประเทศอื่นๆ ในอนาคต ขณะที่นายกรัฐมนตรีสตาร์เมอร์กล่าวว่า “นี่เป็นวันประวัติศาสตร์ที่ยอดเยี่ยม” และเน้นย้ำถึงความร่วมมือที่แน่นแฟ้นระหว่างสหราชอาณาจักรและสหรัฐฯ
ตลาดหุ้นตอบรับเชิงบวก
หลังการประกาศข้อตกลง ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้นกว่า 200 จุด สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อทิศทางการค้าระหว่างประเทศที่ดีขึ้น
สรุป
ข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการลดความตึงเครียดทางการค้าและส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ อย่างไรก็ตาม ยังมีรายละเอียดอีกมากที่ต้องเจรจาและสรุปในอนาคต โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับภาษีพื้นฐานและภาษีบริการดิจิทัลของสหราชอาณาจักร
