
โลกเทคโนโลยีอาจกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อ Apple เปิดเผยว่ากำลัง “พิจารณาอย่างจริงจัง” ในการนำ AI มาแทนที่ Google ในฐานะเครื่องมือค้นหาหลักของ Safari ซึ่งเป็นเบราว์เซอร์หลักใน iPhone และ Mac
Apple ปล่อยสัญญาณ “AI จะมาแทนที่ Search แบบเดิม”
Eddy Cue รองประธานอาวุโสฝ่ายบริการของ Apple ได้ให้การต่อศาลในคดีผูกขาดที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ฟ้อง Google ว่าผูกขาดตลาด Search โดยเขากล่าวว่า “AI แบบ Generative จากบริษัทอย่าง OpenAI และ Perplexity มีแนวโน้มจะมาแทนที่ Search Engine แบบดั้งเดิม” พร้อมเสริมว่า Apple กำลังคิดจะนำ AI เหล่านี้มาใช้ใน Safari ในอนาคต
แม้เขาจะย้ำว่า “ยังไม่ใช่ Default ในตอนนี้” แต่ก็ชัดเจนว่า Apple มองเห็นโอกาสใหม่ในทิศทางนี้ และยืนยันว่ามีการพูดคุยกับ Perplexity แล้ว
Google อาจเสียดีล 28 ล้านล้านวอนต่อปี
Google จ่ายเงินกว่า 200억달러 (ประมาณ 28 ล้านล้านวอน) ต่อปีให้ Apple เพื่อรักษาตำแหน่ง “Search Engine เริ่มต้น” ใน Safari บนอุปกรณ์กว่า 2 พันล้านเครื่องทั่วโลก หาก Apple เปลี่ยนใจไปใช้ AI – หรือแม้เพียงเสนอให้ผู้ใช้เลือก – จะกระทบต่อรายได้และอิทธิพลของ Google อย่างมหาศาล
พฤติกรรมผู้ใช้เปลี่ยนไปแล้ว
Cue ยังเผยว่า “ครั้งแรกในรอบ 22 ปี” การค้นหาผ่าน Safari ลดลงในเดือนที่แล้ว ซึ่ง Apple มองว่าเป็นผลจากผู้ใช้เริ่มหันไปใช้ AI ในการหาคำตอบ โดยเฉพาะ AI ที่เข้าใจคำถามลึกๆ และตอบได้ตรงจุดมากกว่า
ตลาดหุ้นสะเทือน
หลังข่าวนี้ถูกเผยแพร่ ราคาหุ้นของ Alphabet (บริษัทแม่ของ Google) ร่วงลงทันที 8% ขณะที่หุ้น Apple ก็ปรับตัวลง 1.1% เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าการเลิกดีลกับ Google อาจกระทบรายได้ระยะสั้นของ Apple เช่นกัน

อนาคตการค้นหาเปลี่ยนไปตลอดกาล?
Bloomberg วิเคราะห์ว่า หาก Apple เปลี่ยนมาใช้ AI จริง ไม่ใช่แค่ Search จะเปลี่ยน แต่ “พฤติกรรมคนทั้งโลกเวลาหาข้อมูล” ก็จะเปลี่ยนไปด้วย เพราะ Safari ถือเป็นประตูสู่โลกอินเทอร์เน็ตของผู้ใช้งานหลายพันล้านคน